กินทุเรียนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันตรายจริงหรือไม่ ?!!!


 
โดย ร.อ.หญิง ภัทรวดี พงษ์สุขเจริญกุล ร.น.
ที่มา: กฤติยา ไชยนอก สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
          ช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคมของทุกปี นับเป็นห้วงเวลาแห่งความสุขสำหรับคนรักเจ้าผลไม้มีกลิ่นเฉพาะตัวอย่าง “ทุเรียน” (Durio zibethinus Murray) หรือที่คนต่างชาติเรียกว่า Durian ที่ได้รับการขนานนามว่า “ราชาแห่งผลไม้” นั่นเอง
          ทุเรียน เป็นพืชในวงศ์ Bombacaceae เป็นไม้พื้นเมืองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันประเทศไทยมีการผลิตทุเรียนมากที่สุด รองลงมาคืออินโดนีเซียและฟิลิปปินส์
          บางคนอาจจะยังไม่ทราบถึงประโยชน์ของส่วนอื่นๆของทุเรียน ที่มิใช่มีดีแค่เนื้อหวาน อร่อย สรรพคุณตามตำราไทยระบุว่า รากทุเรียน มีรสฝาดขม ใช้แก้ไข้และแก้ท้องร่วง, ใบทุเรียน มีรสขม เย็นเฝื่อน ใช้แก้ไข้ แก้ดีซ่าน ขับพยาธิ และทำให้หนองแห้ง, เปลือกทุเรียน มีรสฝาดเฝื่อน ใช้รักษากลากเกลื้อน สมานแผล แก้น้ำเหลืองเสีย พุพอง แก้ฝีตานซาง และสุดท้ายเนื้อทุเรียน มีรสหวาน ร้อน ใช้แก้จุกเสียดในท้อง ให้ความร้อนกับร่างกาย บำรุงกำลัง แก้โรคผิวหนัง ทำให้ฝีแห้ง และขับพยาธิไส้เดือน
          เนื้อและเมล็ดของทุเรียน มีคุณค่าทางอาหารสูง และให้พลังงานสูงประมาณ 124 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม เพราะอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และมีแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม สารสำคัญที่พบในทุเรียนคือสารในกลุ่ม คาโรทีนอยด์ ฟลาโวนอยด์ และโพลีฟีนอล และเหตุที่เนื้อทุเรียนมีกลิ่นเฉพาะตัวรุนแรงนั้น เนื่องจากในเนื้อทุเรียนมีสารประกอบซัลเฟอร์หรือกำมะถัน เช่น thiols, thioethers, ester และ sulphides เป็นองค์ประกอบ ทำให้หลายๆคนอาจไม่ชอบผลไม้ชนิดนี้
          ปัจจุบันมีการศึกษาพบว่าสาร polysaccharide gel ที่ได้จากเปลือกทุเรียนมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด เมื่อนำไปผสมกับอาหารสัตว์ก็พบว่าสามารถช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและภูมิคุ้มกันให้กับกุ้งได้ และมีการนำสารดังกล่าวไปพัฒนาเป็นแผ่นฟิล์มปิดแผล ซึ่งพบว่าช่วยสมานแผลและลดการอักเสบได้ดี นอกจากนี้ยังมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า เนื้อทุเรียนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ลดไขมันในเลือด แต่ยังเป็นเพียงการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองเท่านั้น
          คำพูดที่ว่า “อย่ากินทุเรียนพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะ” คงเป็นคำกล่าวที่ใครหลายคนเคยได้ยิน แต่อาจไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงของคำกล่าวนั้น แต่แล้วก็ได้มีการศึกษาเพื่อพิสูจน์ความเชื่อนี้ พบว่า การกินของทั้งสองอย่างนี้พร้อมกัน จะมีผลทำให้เอนไซม์ aldehyde dehydrogenase ลดลง ซึ่งเอนไซม์ดังกล่าวมีหน้าที่ในการเปลี่ยนสาร aldehyde ให้กลายเป็นสารอื่นแล้วถูกกำจัดออกจากร่างกายต่อไป การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดสารกลุ่ม aldehyde นี้ซึ่งเป็นสารพิษที่ได้จากกระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์เป็นพลังงาน ส่งผลให้สาร aldehyde เกิดการสะสมในร่างกาย ทำให้เกิดอาการหน้าแดง ชา วิงเวียน อาเจียน และทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการขาดน้ำได้
          แม้จะมีการศึกษาว่าทุเรียนมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด แต่ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูง จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลและไขมันในเลือด สำหรับคนปกติเองก็ใช่ว่าจะสามารถกินทุเรียนได้อย่างไม่จำกัด ทางกรมอนามัยเองก็มีการออกมาเตือนว่า การกินทุเรียน 4 – 6  เม็ด จะเทียบเท่าการดื่มน้ำอัดลม 2 กระป๋อง (พลังงานประมาณ 400 กิโลแคลอรี) การกินพร้อมแอลกอฮอล์ก็มีความเสี่ยงดังที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นจึงมีคำแนะนำว่าไม่ควรกินเกิน 2 เม็ดกลาง หลังกินอาหารจานหลัก สำหรับคนธาตุไฟ การกินทุเรียนทำให้เกิดโรคร้อนในและเจ็บคอได้ง่าย วิธีป้องกันคือ ดื่มน้ำผสมเกลือแกงครึ่งช้อนชา หรือดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อขับสารซัลเฟอร์และช่วยลดอาการร้อนในได้
          หลังได้รู้ประโยชน์ คุณ – โทษ และวิธีการรับประทานทุเรียนอย่างถูกต้องแล้ว ก็หวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับการกินทุเรียน แล้วอย่าลืมออกกำลังกายควบคู่ด้วยนะคะ


1372843771-1003975408-o-(1).jpg



ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ ท่านเห็นด้วยกับบทความนี้อย่างไร ขอความกรุณากดแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ